บทความ

ข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญที่อยู่ในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

29/10/2020
130

Highlight


  • ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญหลายลักษณะ
  • “กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ” เป็นข้อโต้แย้งหลักที่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ
  • อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญทุกเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเฉพาะข้อโต้แย้งที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนดให้วินิจฉัยเท่านั้น

          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญหลายลักษณะ เช่น การวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึงข้อโต้แย้งอื่น ๆ ที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัย
          อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า ข้อโต้แย้งหลักที่ทำให้มีศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ก็คือ ข้อโต้แย้งว่า “กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ” สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญมีสถานะเป็นกฎหมายสูงสุด (supreme law) ของประเทศ ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่ากฎหมายอาจจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ก็จะมีกระบวนการในการส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา และหากพบว่ากฎหมายดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญจริง ศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีคำวินิจฉัยให้กฎหมายนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้ต่อไป

          ตามรัฐธรรมนูญไทยฉบับปัจจุบัน การโต้แย้งว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ทั้งในขณะที่ยังเป็นร่างกฎหมาย และภายหลังจากที่กฎหมายนั้นได้รับการประกาศใช้แล้ว
          
          “ร่างกฎหมาย” ที่สามารถส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้ คือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ร่างพระราชบัญญัติ และร่างข้อบังคับการประชุมสภา ในกรณีนี้ผู้ที่มีสิทธิส่งเรื่องมายังศาลรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา โดยนายกรัฐมนตรีสามารถส่งเรื่องไปยังศาลได้เองโดยตรง ส่วนสมาชิกรัฐสภาจะส่งเรื่องไปเองไม่ได้ แต่ต้องเข้าชื่อกันตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด แล้วยื่นผ่านทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี จากนั้นประธานสภาจะส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การโต้แย้งทำได้ทั้งในเรื่องกระบวนการตราและเนื้อหา

          มีข้อควรสังเกตด้วยว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้ แต่ผู้ที่มีสิทธิเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนี้ ได้แก่ สมาชิกรัฐสภาเท่านั้น โดยสมาชิกต้องเข้าชื่อกันตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้วยื่นเรื่องผ่านทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา หรือประธานรัฐสภา แล้วแต่กรณี จากนั้นประธานสภาจะส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ กรณีที่จะโต้แย้งต้องเป็นประเด็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นเป็นการแก้ในเรื่องที่รัฐธรรมนูญห้ามแก้หรือไม่ หรือเป็นการแก้ในเรื่องที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องมีการนำไปออกเสียงประชามติหรือไม่ เท่านั้น

          “กฎหมายที่ประกาศใช้แล้ว” ก็อาจโต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญได้เช่นกัน อาทิ
          1. การโต้แย้งว่าคณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด
          2. การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ
          3. การโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญโดยยื่นเรื่องผ่านทางผู้ตรวจการแผ่นดิน
          
          นอกจากข้อโต้แย้งเรื่อง “กฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ” แล้ว เมื่อพิจารณาจากมาตรา 210 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 พบว่า ยังมีข้อโต้แย้งอื่น ๆ ที่สามารถเป็นคดีในศาลรัฐธรรมนูญได้ เช่น
          - คดีที่มีผู้ร้องว่าบุคคลใช้สิทธิหรือเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้ศาลสั่งเลิกการกระทำดังกล่าว
          - คดีที่ประชาชนหรือชุมชนฟ้องหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ได้รับประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ
          - คดีเกี่ยวกับการสิ้นสุดสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา
          - คดีเกี่ยวกับการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี
          - คดีเกี่ยวกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้
          - คดีที่ขอให้วินิจฉัยเกี่ยวกับการเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการ มีส่วนในการใช้งบประมาณ
          - คดีเกี่ยวกับหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
          - คดีเกี่ยวกับปัญหาว่าด้วยหน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ
          - คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองร้องขอให้วินิจฉัยว่าการกระทำขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
          - คดีอื่น ๆ ที่รัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น คดียุบพรรคการเมือง เป็นต้น

          อย่างไรก็ดี แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจวินิจฉัยข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญหลายลักษณะดังที่กล่าวมา แต่มีข้อควรระวังอยู่ว่า ไม่ใช่ข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญทุกเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจวินิจฉัย เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเฉพาะเจาะจง (specific jurisdiction) โดยสามารถพิจารณาได้เฉพาะข้อโต้แย้งที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ข้อโต้แย้งบางเรื่องแม้จะมีลักษณะเป็นข้อโต้แย้งทางรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่หากรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยแล้ว ก็ไม่อาจส่งข้อโต้แย้งเช่นว่านั้นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ หรือหากมีการส่งข้อโต้แย้งดังกล่าวไป ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่อาจรับข้อโต้แย้งนั้นไว้พิจารณาได้
 

 

Back to top